เชื้อราในสุนัข : อาการ สาเหตุ การรักษา และการป้องกันที่เจ้าของควรรู้

โรคผิวหนังจากเชื้อราเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในสุนัข โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น เชื้อราไม่เพียงทำให้สุนัขมีอาการคัน ระคายเคือง และผิวหนังอักเสบ แต่บางชนิดยังสามารถติดต่อสู่คนและสัตว์อื่นได้ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง อาการอาจลุกลามและกลายเป็นโรคเรื้อรังได้
เชื้อราในสุนัขคืออะไร?
เชื้อราแมวในสุนัขคือการติดเชื้อราที่ผิวหนัง เส้นขน หรือเล็บ ซึ่งพบได้ทั้งเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes (เชื้อราที่กินเคราติน) และเชื้อรากลุ่มยีสต์ (Yeast) โดยเชื้อเหล่านี้เจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่อับชื้น มีเหงื่อ หรือมีการระบายอากาศไม่ดี
เชื้อราที่พบบ่อยในสุนัข
1. กลากสุนัข (Dermatophytosis หรือ Ringworm)
- มักพบเป็นวงขนร่วง ผิวหนังแดง มีสะเก็ด
- ติดต่อได้จากสุนัขสู่สุนัข คน หรือแมว
2. เชื้อรา Malassezia (Yeast dermatitis)
- พบได้บ่อยในสุนัขที่มีผิวหนังมันหรือเป็นภูมิแพ้
- มีกลิ่นเหม็นอับ ผิวหนังหนา คัน และคล้ำ
- มักพบที่ใบหู ซอกนิ้ว รักแร้ ขาหนีบ และรอบปาก
อาการของเชื้อราในสุนัข
อาการอาจแตกต่างกันตามชนิดของเชื้อและความรุนแรง ได้แก่
- คัน เกา เลีย หรือกัดผิวหนังบ่อย
- ขนร่วงเป็นหย่อม หรือเป็นวง
- ผิวหนังแดง หนา ลอก หรือมีสะเก็ด
- มีกลิ่นตัวแรงผิดปกติ
- หูอักเสบซ้ำ ๆ หรือมีคราบในช่องหู
- ผิวหนังคล้ำในรายเรื้อรัง
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
- สภาพอากาศร้อนชื้น
- การอาบน้ำบ่อยแต่ไม่เช็ดตัวให้แห้ง
- ภูมิคุ้มกันต่ำ ลูกสุนัข สุนัขสูงวัย
- สุนัขที่มีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ เบาหวาน
- การอยู่รวมกับสัตว์จำนวนมาก เช่น ฟาร์ม หรือร้านรับฝากเลี้ยง
- การใช้ที่นอน อุปกรณ์ หรือกรงร่วมกัน
การวินิจฉัยเชื้อราในสุนัข
สัตวแพทย์จะวินิจฉัยจาก
- การตรวจลักษณะผิวหนังและประวัติอาการ
- การขูดผิวหนังตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์
- การเพาะเชื้อรา
- การตรวจด้วย Wood’s lamp (ในบางชนิดของกลาก)
การวินิจฉัยที่ถูกต้องมีความสำคัญ เนื่องจากโรคผิวหนังหลายชนิดมีอาการคล้ายกัน
แนวทางการรักษาเชื้อราในสุนัข
การรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและความรุนแรงของโรค โดยอาจประกอบด้วย
- ยาใช้ภายนอก เช่น สเปรย์รักษาเชื้อรา
- ยารับประทาน ในกรณีที่เป็นรุนแรงหรือเป็นบริเวณกว้าง
- การตัดขนและทำความสะอาดผิวหนัง เพื่อลดการสะสมของเชื้อ
- การรักษาโรคพื้นฐานร่วมด้วย เช่น ภูมิแพ้ เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ
การรักษาเชื้อรามักต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ และต้องทำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
การดูแลและป้องกันการติดเชื้อรา
- เช็ดตัวและทำให้ขนแห้งทุกครั้งหลังอาบน้ำ
- รักษาความสะอาดของที่นอน กรง และอุปกรณ์
- หลีกเลี่ยงความอับชื้น
- แยกสัตว์ป่วยออกจากสัตว์ตัวอื่น
- ดูแลสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรง เสริมภูมิคุ้มกัน
- พาสุนัขตรวจสุขภาพและผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ
เชื้อราในสุนัขติดต่อสู่คนได้หรือไม่
เชื้อราบางชนิด โดยเฉพาะกลาก สามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เจ้าของควรล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสุนัขป่วย เชื้อราในสุนัขเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย แต่สามารถรักษาให้หายได้หากได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างถูกต้อง การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก การรักษาอย่างต่อเนื่อง และการป้องกันที่เหมาะสม จะช่วยให้สุนัขกลับมามีผิวหนังและขนที่แข็งแรง ลดโอกาสการเป็นซ้ำ และลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อสู่คนและสัตว์อื่น และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
https://www.odaijinipet.com/โรคผิวหนังที่เกิดจากเช/
https://www.rama.mahidol.ac.th/atrama/issue048/health-station
https://www.utmost-pet.com/articles/dog-skin-disease/
https://www.talingchanpet.net/โรคเชื้อราในสัตว์เลี้ย/
https://www.pedigree.co.th/caring/medical-care/fungal-infection-in-dogs


