แชร์

เชื้อราในสุนัข : อาการ สาเหตุ การรักษา และการป้องกันที่เจ้าของควรรู้

31 ผู้เข้าชม

โรคผิวหนังจากเชื้อราเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในสุนัข โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น เชื้อราไม่เพียงทำให้สุนัขมีอาการคัน ระคายเคือง และผิวหนังอักเสบ แต่บางชนิดยังสามารถติดต่อสู่คนและสัตว์อื่นได้ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง อาการอาจลุกลามและกลายเป็นโรคเรื้อรังได้

เชื้อราในสุนัขคืออะไร?

เชื้อราแมวในสุนัขคือการติดเชื้อราที่ผิวหนัง เส้นขน หรือเล็บ ซึ่งพบได้ทั้งเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes (เชื้อราที่กินเคราติน) และเชื้อรากลุ่มยีสต์ (Yeast) โดยเชื้อเหล่านี้เจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่อับชื้น มีเหงื่อ หรือมีการระบายอากาศไม่ดี

เชื้อราที่พบบ่อยในสุนัข

1. กลากสุนัข (Dermatophytosis หรือ Ringworm)

  • มักพบเป็นวงขนร่วง ผิวหนังแดง มีสะเก็ด
  • ติดต่อได้จากสุนัขสู่สุนัข คน หรือแมว

2. เชื้อรา Malassezia (Yeast dermatitis)

  • พบได้บ่อยในสุนัขที่มีผิวหนังมันหรือเป็นภูมิแพ้
  • มีกลิ่นเหม็นอับ ผิวหนังหนา คัน และคล้ำ
  • มักพบที่ใบหู ซอกนิ้ว รักแร้ ขาหนีบ และรอบปาก

อาการของเชื้อราในสุนัข

อาการอาจแตกต่างกันตามชนิดของเชื้อและความรุนแรง ได้แก่

  • คัน เกา เลีย หรือกัดผิวหนังบ่อย
  • ขนร่วงเป็นหย่อม หรือเป็นวง
  • ผิวหนังแดง หนา ลอก หรือมีสะเก็ด
  • มีกลิ่นตัวแรงผิดปกติ
  • หูอักเสบซ้ำ ๆ หรือมีคราบในช่องหู
  • ผิวหนังคล้ำในรายเรื้อรัง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • สภาพอากาศร้อนชื้น
  • การอาบน้ำบ่อยแต่ไม่เช็ดตัวให้แห้ง
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ ลูกสุนัข สุนัขสูงวัย
  • สุนัขที่มีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ เบาหวาน
  • การอยู่รวมกับสัตว์จำนวนมาก เช่น ฟาร์ม หรือร้านรับฝากเลี้ยง
  • การใช้ที่นอน อุปกรณ์ หรือกรงร่วมกัน

การวินิจฉัยเชื้อราในสุนัข

สัตวแพทย์จะวินิจฉัยจาก

  • การตรวจลักษณะผิวหนังและประวัติอาการ
  • การขูดผิวหนังตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์
  • การเพาะเชื้อรา
  • การตรวจด้วย Wood’s lamp (ในบางชนิดของกลาก)

การวินิจฉัยที่ถูกต้องมีความสำคัญ เนื่องจากโรคผิวหนังหลายชนิดมีอาการคล้ายกัน

แนวทางการรักษาเชื้อราในสุนัข

การรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและความรุนแรงของโรค โดยอาจประกอบด้วย

  • ยาใช้ภายนอก เช่น สเปรย์รักษาเชื้อรา
  • ยารับประทาน ในกรณีที่เป็นรุนแรงหรือเป็นบริเวณกว้าง
  • การตัดขนและทำความสะอาดผิวหนัง เพื่อลดการสะสมของเชื้อ
  • การรักษาโรคพื้นฐานร่วมด้วย เช่น ภูมิแพ้ เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

การรักษาเชื้อรามักต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ และต้องทำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

การดูแลและป้องกันการติดเชื้อรา

  • เช็ดตัวและทำให้ขนแห้งทุกครั้งหลังอาบน้ำ
  • รักษาความสะอาดของที่นอน กรง และอุปกรณ์
  • หลีกเลี่ยงความอับชื้น
  • แยกสัตว์ป่วยออกจากสัตว์ตัวอื่น
  • ดูแลสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรง เสริมภูมิคุ้มกัน
  • พาสุนัขตรวจสุขภาพและผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ

เชื้อราในสุนัขติดต่อสู่คนได้หรือไม่

เชื้อราบางชนิด โดยเฉพาะกลาก สามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เจ้าของควรล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสุนัขป่วย เชื้อราในสุนัขเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย แต่สามารถรักษาให้หายได้หากได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างถูกต้อง การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก การรักษาอย่างต่อเนื่อง และการป้องกันที่เหมาะสม จะช่วยให้สุนัขกลับมามีผิวหนังและขนที่แข็งแรง ลดโอกาสการเป็นซ้ำ และลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อสู่คนและสัตว์อื่น และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.odaijinipet.com/โรคผิวหนังที่เกิดจากเช/

https://www.rama.mahidol.ac.th/atrama/issue048/health-station

https://www.utmost-pet.com/articles/dog-skin-disease/

https://www.talingchanpet.net/โรคเชื้อราในสัตว์เลี้ย/

https://www.pedigree.co.th/caring/medical-care/fungal-infection-in-dogs


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy