โรคเชื้อราที่ขาหนีบและบริเวณจุดอับ (Tinea Cruris)

โรคเชื้อราที่ขาหนีบ หรือชื่อทางการแพทย์ว่า Tinea Cruris เป็นหนึ่งในโรคเชื้อราผิวหนังที่พบบ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่มีเหงื่อออกมากหรือสวมใส่เสื้อผ้ารัดแน่นเป็นเวลานาน โรคนี้ยังสามารถเกิดที่บริเวณจุดอับชื้นอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น รักแร้ ข้อพับ ก้น และบริเวณใต้ราวนมในผู้หญิง เชื้อราที่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Dermatophytes ซึ่งเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมอุ่นและชื้น
สาเหตุของโรคเชื้อราที่ขาหนีบและจุดอับ
การติดเชื้อราในบริเวณขาหนีบและจุดอับเกิดจากการสัมผัสกับเชื้อราโดยตรง หรือโดยอ้อม เช่น จากเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดโรค ได้แก่:
- เหงื่อออกมาก โดยเฉพาะในบริเวณขาหนีบหรือข้อพับ
- ใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่น อับ ไม่ระบายอากาศ
- ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว กางเกงใน
- ภาวะอ้วน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความอับชื้นตามข้อพับ
- โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
อาการของโรคเชื้อราที่ขาหนีบ
- ผื่นแดงบริเวณขาหนีบ มักเริ่มจากด้านในแล้วลามออกด้านนอก
- คัน ระคายเคือง โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายหรือเมื่อเหงื่อออก
- ผิวหนังลอก มีขุย หรือเป็นรอยวงชัดเจน
- ผื่นอาจลามไปยังต้นขา ก้น หรือข้อพับอื่น ๆ
- ในกรณีรุนแรง อาจมีตุ่มน้ำหรือแผลอักเสบร่วมด้วย
การวินิจฉัย
แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้จากการสังเกตอาการทางคลินิก และหากจำเป็นอาจขูดผิวหนังบริเวณที่มีอาการเพื่อตรวจหาเชื้อราโดยใช้กล้องจุลทรรศน์หรือการเพาะเชื้อ
วิธีการรักษา
การรักษาโรคเชื้อราที่ขาหนีบควรทำอย่างต่อเนื่องและครบถ้วนเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
1. การใช้ยาเฉพาะที่ (Topical Antifungal) เช่น:
- Ketoconazole
- Clotrimazole
- Terbinafine
- Miconazole
ควรใช้ยาต่อเนื่อง 2–4 สัปดาห์ แม้อาการจะหายแล้วก็ตาม แนะนำให้ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
2. ยารับประทาน (Oral Antifungal)
สำหรับผู้ที่มีการติดเชื้อรุนแรง หรือเมื่อรักษาด้วยยาทาไม่หาย อาจจำเป็นต้องใช้ยารับประทาน เช่น:
- Itraconazole
- Terbinafine
แนะนำให้ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
การดูแลและป้องกันโรคเชื้อราที่ขาหนีบ
- สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่ง ระบายอากาศได้ดี
- เปลี่ยนเสื้อผ้าและชุดชั้นในทุกวัน โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย
- รักษาความสะอาดและแห้งของบริเวณขาหนีบและจุดอับ
- หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
- ลดน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนเพื่อลดการเสียดสี
- ใช้แป้งหรือผลิตภัณฑ์ดูดความชื้นเพื่อช่วยลดความอับชื้น
โรคเชื้อราที่ขาหนีบและบริเวณจุดอับของร่างกายเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และสร้างความไม่สบายในการใช้ชีวิตประจำวัน แม้จะไม่ใช่โรคอันตราย แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอาจลุกลามและเป็นเรื้อรังได้ การรักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง รวมถึงการดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด จะช่วยป้องกันและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
https://ch9airport.com/th/ขาหนีบแดง-แสบคัน/
https://ppat.or.th/เชื้อราที่ขาหนีบผู้หญิ/
https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/2667


