แชร์

สังคัง (Tinea Cruris): สาเหตุ อาการ การรักษา และแนวทางป้องกัน

38 ผู้เข้าชม

สังคังคืออะไร

สังคัง (Tinea cruris) คือโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes บริเวณขาหนีบ ต้นขาด้านใน ก้น หรือบริเวณที่มีความอับชื้น เชื้อราประเภทนี้เจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่อุ่นและชื้น จึงพบได้บ่อยในผู้ที่เหงื่อออกง่าย นักกีฬา ผู้ที่สวมเสื้อผ้ารัดแน่น หรือผู้ที่ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อทันที

แม้สังคังจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากปล่อยทิ้งไว้ อาจลุกลาม ทำให้เกิดอาการคันรุนแรง ระคายเคือง และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้

สาเหตุของการเกิดสังคัง

สังคังเกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes ได้แก่

  • Trichophyton rubrum
  • Epidermophyton floccosum
  • Trichophyton mentagrophytes

เชื้อราเหล่านี้สามารถติดจากพื้นผิวหรือสิ่งของที่ปนเปื้อน และเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอับชื้น

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดสังคัง

1.บริเวณขาหนีบอับชื้นจากเหงื่อ

2.สวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นหรือระบายอากาศไม่ดี

3.อากาศร้อนชื้นหรือการออกกำลังกายหนัก

4.ใส่เสื้อผ้าชื้นหรือไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อเหงื่อออก

5.ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือเสื้อผ้าร่วมกับผู้อื่น

6.มีการติดเชื้อราที่เท้า (เชื้ออาจแพร่กระจายขึ้นมาที่ขาหนีบ)

7.ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

อาการของสังคัง

ผู้ป่วยสังคังมักมีอาการดังนี้

  • ผื่นแดงบริเวณขาหนีบ คันมาก โดยเฉพาะเวลามีเหงื่อ
  • ผื่นมักมีขอบเขตชัดเจน ขอบผื่นอาจนูนหรือมีสะเก็ด
  • ผื่นลามออกเป็นวง รูปร่างคล้ายแผ่นวงกลมหรือรูปแผ่กว้าง
  • อาจมีสีคล้ำขึ้นหลังจากอาการดีขึ้น
  • อาจลามไปบริเวณก้น ท้องล่าง หรือต้นขาด้านใน
  • อาการคันมักเพิ่มขึ้นเมื่ออากาศร้อนหรือหลังออกกำลังกาย

การวินิจฉัยโรค

แพทย์จะวินิจฉัยจากลักษณะของผื่นและประวัติอาการเป็นหลัก
ในบางกรณี แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • การขูดผิวหนังเพื่อตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ (KOH test)
  • การเพาะเชื้อราเพื่อยืนยันชนิดของเชื้อในกรณีที่รักษายาก

วิธีการรักษาสังคัง

การรักษาสังคังมุ่งเน้นการกำจัดเชื้อราร่วมกับการลดความอับชื้นบริเวณขาหนีบ

1. ยาใช้ภายนอก (Topical Antifungal)

ใช้เมื่อการติดเชื้อยังไม่รุนแรง ตัวอย่างยาที่ใช้ ได้แก่ Ketoconazole Clotrimazole
ควรใช้ยาวันละ 1–2 ครั้ง และใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์หลังผื่นหาย เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

2. ยารับประทาน (Oral Antifungal)

ใช้ในกรณีที่ผื่นลามกว้าง รักษาด้วยยาทาไม่ดีขึ้น หรือมีการติดเชื้อซ้ำบ่อย (ควรใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรเท่านั้น)

3. หลีกเลี่ยงการใช้ยาสเตียรอยด์โดยไม่จำเป็น

การทายาสเตียรอยด์แม้จะลดอาการคันได้ แต่ทำให้เชื้อราลุกลามมากขึ้นและทำให้การวินิจฉัยยากขึ้น

การป้องกันสังคัง

  • รักษาความสะอาดร่างกายและเช็ดตัวให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณขาหนีบ
  • สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดแน่น
  • เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเมื่อเปียกเหงื่อ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดตัวหรือเสื้อผ้าร่วมกับผู้อื่น
  • ซักและตากเสื้อผ้าให้แห้งสนิท
  • หากเป็นฮ่องกงฟุต ควรรักษาให้หายก่อนเพื่อลดการแพร่เชื้อไปยังขาหนีบ
  • ควบคุมน้ำหนักเพื่อป้องกันการเสียดสีและความอับชื้น

สังคังเป็นการติดเชื้อราที่ผิวหนังบริเวณขาหนีบ ซึ่งพบได้บ่อยในสภาพอากาศร้อนชื้น แม้ไม่เป็นโรคอันตราย แต่ส่งผลกระทบต่อความสบายตัวและคุณภาพชีวิต หากมีอาการคันหรือผื่นแดงในบริเวณดังกล่าว ควรรีบดูแลและรักษาอย่างเหมาะสม

หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ หรือผื่นลามกว้าง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://hdmall.co.th/blog/c/jock-itch/

https://www.pobpad.com/ถาม/หัวข้อ/โรคสังคัง

https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/ondemand/โรคสังคัง-tinea-cruris-เชื้อราผิวห/

https://th.theasianparent.com/tinea-cruris


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy