สังคัง (Tinea Cruris): สาเหตุ อาการ การรักษา และแนวทางป้องกัน

สังคังคืออะไร
สังคัง (Tinea cruris) คือโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes บริเวณขาหนีบ ต้นขาด้านใน ก้น หรือบริเวณที่มีความอับชื้น เชื้อราประเภทนี้เจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่อุ่นและชื้น จึงพบได้บ่อยในผู้ที่เหงื่อออกง่าย นักกีฬา ผู้ที่สวมเสื้อผ้ารัดแน่น หรือผู้ที่ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อทันที
แม้สังคังจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากปล่อยทิ้งไว้ อาจลุกลาม ทำให้เกิดอาการคันรุนแรง ระคายเคือง และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้
สาเหตุของการเกิดสังคัง
สังคังเกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes ได้แก่
- Trichophyton rubrum
- Epidermophyton floccosum
- Trichophyton mentagrophytes
เชื้อราเหล่านี้สามารถติดจากพื้นผิวหรือสิ่งของที่ปนเปื้อน และเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอับชื้น
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดสังคัง
1.บริเวณขาหนีบอับชื้นจากเหงื่อ
2.สวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นหรือระบายอากาศไม่ดี
3.อากาศร้อนชื้นหรือการออกกำลังกายหนัก
4.ใส่เสื้อผ้าชื้นหรือไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อเหงื่อออก
5.ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือเสื้อผ้าร่วมกับผู้อื่น
6.มีการติดเชื้อราที่เท้า (เชื้ออาจแพร่กระจายขึ้นมาที่ขาหนีบ)
7.ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
อาการของสังคัง
ผู้ป่วยสังคังมักมีอาการดังนี้
- ผื่นแดงบริเวณขาหนีบ คันมาก โดยเฉพาะเวลามีเหงื่อ
- ผื่นมักมีขอบเขตชัดเจน ขอบผื่นอาจนูนหรือมีสะเก็ด
- ผื่นลามออกเป็นวง รูปร่างคล้ายแผ่นวงกลมหรือรูปแผ่กว้าง
- อาจมีสีคล้ำขึ้นหลังจากอาการดีขึ้น
- อาจลามไปบริเวณก้น ท้องล่าง หรือต้นขาด้านใน
- อาการคันมักเพิ่มขึ้นเมื่ออากาศร้อนหรือหลังออกกำลังกาย
การวินิจฉัยโรค
แพทย์จะวินิจฉัยจากลักษณะของผื่นและประวัติอาการเป็นหลัก
ในบางกรณี แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติม เช่น
- การขูดผิวหนังเพื่อตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ (KOH test)
- การเพาะเชื้อราเพื่อยืนยันชนิดของเชื้อในกรณีที่รักษายาก
วิธีการรักษาสังคัง
การรักษาสังคังมุ่งเน้นการกำจัดเชื้อราร่วมกับการลดความอับชื้นบริเวณขาหนีบ
1. ยาใช้ภายนอก (Topical Antifungal)
ใช้เมื่อการติดเชื้อยังไม่รุนแรง ตัวอย่างยาที่ใช้ ได้แก่ Ketoconazole Clotrimazole
ควรใช้ยาวันละ 1–2 ครั้ง และใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์หลังผื่นหาย เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
2. ยารับประทาน (Oral Antifungal)
ใช้ในกรณีที่ผื่นลามกว้าง รักษาด้วยยาทาไม่ดีขึ้น หรือมีการติดเชื้อซ้ำบ่อย (ควรใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรเท่านั้น)
3. หลีกเลี่ยงการใช้ยาสเตียรอยด์โดยไม่จำเป็น
การทายาสเตียรอยด์แม้จะลดอาการคันได้ แต่ทำให้เชื้อราลุกลามมากขึ้นและทำให้การวินิจฉัยยากขึ้น
การป้องกันสังคัง
- รักษาความสะอาดร่างกายและเช็ดตัวให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณขาหนีบ
- สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดแน่น
- เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเมื่อเปียกเหงื่อ
- หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดตัวหรือเสื้อผ้าร่วมกับผู้อื่น
- ซักและตากเสื้อผ้าให้แห้งสนิท
- หากเป็นฮ่องกงฟุต ควรรักษาให้หายก่อนเพื่อลดการแพร่เชื้อไปยังขาหนีบ
- ควบคุมน้ำหนักเพื่อป้องกันการเสียดสีและความอับชื้น
สังคังเป็นการติดเชื้อราที่ผิวหนังบริเวณขาหนีบ ซึ่งพบได้บ่อยในสภาพอากาศร้อนชื้น แม้ไม่เป็นโรคอันตราย แต่ส่งผลกระทบต่อความสบายตัวและคุณภาพชีวิต หากมีอาการคันหรือผื่นแดงในบริเวณดังกล่าว ควรรีบดูแลและรักษาอย่างเหมาะสม
หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ หรือผื่นลามกว้าง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
https://hdmall.co.th/blog/c/jock-itch/
https://www.pobpad.com/ถาม/หัวข้อ/โรคสังคัง
https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/ondemand/โรคสังคัง-tinea-cruris-เชื้อราผิวห/
https://th.theasianparent.com/tinea-cruris


