แชร์

โรคเชื้อราที่ขาหนีบและบริเวณจุดอับ (Tinea Cruris)

15 ผู้เข้าชม

โรคเชื้อราที่ขาหนีบ หรือชื่อทางการแพทย์ว่า Tinea Cruris ป็นหนึ่งในโรคเชื้อราผิวหนังที่พบบ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่มีเหงื่อออกมากหรือสวมใส่เสื้อผ้ารัดแน่นเป็นเวลานาน โรคนี้ยังสามารถเกิดที่บริเวณจุดอับชื้นอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น รักแร้ ข้อพับ ก้น และบริเวณใต้ราวนมในผู้หญิง เชื้อราที่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Dermatophytes ซึ่งเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมอุ่นและชื้น

สาเหตุของโรคเชื้อราที่ขาหนีบและจุดอับ

การติดเชื้อราในบริเวณขาหนีบและจุดอับเกิดจากการสัมผัสกับเชื้อราโดยตรง หรือโดยอ้อม เช่น จากเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดโรค ได้แก่:

  • เหงื่อออกมาก โดยเฉพาะในบริเวณขาหนีบหรือข้อพับ
  • ใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่น อับ ไม่ระบายอากาศ
  • ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว กางเกงใน
  • ภาวะอ้วน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความอับชื้นตามข้อพับ
  • โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ

อาการของโรคเชื้อราที่ขาหนีบ

  • ผื่นแดงบริเวณขาหนีบ มักเริ่มจากด้านในแล้วลามออกด้านนอก
  • คัน ระคายเคือง โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายหรือเมื่อเหงื่อออก
  • ผิวหนังลอก มีขุย หรือเป็นรอยวงชัดเจน
  • ผื่นอาจลามไปยังต้นขา ก้น หรือข้อพับอื่น ๆ
  • ในกรณีรุนแรง อาจมีตุ่มน้ำหรือแผลอักเสบร่วมด้วย

การวินิจฉัย

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้จากการสังเกตอาการทางคลินิก และหากจำเป็นอาจขูดผิวหนังบริเวณที่มีอาการเพื่อตรวจหาเชื้อราโดยใช้กล้องจุลทรรศน์หรือการเพาะเชื้อ

วิธีการรักษา

การรักษาโรคเชื้อราที่ขาหนีบควรทำอย่างต่อเนื่องและครบถ้วนเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

1. การใช้ยาเฉพาะที่ (Topical Antifungal) เช่น:

  • Ketoconazole
  • Clotrimazole
  • Terbinafine
  • Miconazole

ควรใช้ยาต่อเนื่อง 2–4 สัปดาห์ แม้อาการจะหายแล้วก็ตาม แนะนำให้ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น

2. ยารับประทาน (Oral Antifungal)

สำหรับผู้ที่มีการติดเชื้อรุนแรง หรือเมื่อรักษาด้วยยาทาไม่หาย อาจจำเป็นต้องใช้ยารับประทาน เช่น:

  • Itraconazole
  • Terbinafine

แนะนำให้ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น

การดูแลและป้องกันโรคเชื้อราที่ขาหนีบ

  • สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่ง ระบายอากาศได้ดี
  • เปลี่ยนเสื้อผ้าและชุดชั้นในทุกวัน โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย
  • รักษาความสะอาดและแห้งของบริเวณขาหนีบและจุดอับ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • ลดน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนเพื่อลดการเสียดสี
  • ใช้แป้งหรือผลิตภัณฑ์ดูดความชื้นเพื่อช่วยลดความอับชื้น

โรคเชื้อราที่ขาหนีบและบริเวณจุดอับของร่างกายเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และสร้างความไม่สบายในการใช้ชีวิตประจำวัน แม้จะไม่ใช่โรคอันตราย แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอาจลุกลามและเป็นเรื้อรังได้ การรักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง รวมถึงการดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด จะช่วยป้องกันและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://ch9airport.com/th/ขาหนีบแดง-แสบคัน/

https://ppat.or.th/เชื้อราที่ขาหนีบผู้หญิ/

https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/2667


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy